จับตา! TPIPL เริงระบำข่าวดีทะลุ 10 มุ่งเป้า 20 บ.
TPIPL หุ้นที่มีดี สัญญาณชี้วัดราคาวิ่งทะลุ 10 บาทเมื่อไหร่ มีหวังวิ่งปรู๊ดปร๊าดไต่ระดับต่อเนื่อง กูรูวงในชี้สัญญาณเทคนิคเยี่ยม แต่ต้องทะลุ 10 บาท แม้ปิดการซื้อขายวานนี้(17 มิถุนายน 2553) ราคาหุ้น TPIPL ไม่กระดิกแตะที่ระดับ 9.70 บาท ฟากปัจจัยพื้นฐานแน่น จากนี้ไปจะเห็นแต่ข่าวดี ยอดขายเติบโต

**นาทีนี้ยกให้ TPIPL ลุ้นทะลุ 10 บาท
    แหล่งข่าววงการนักวิเคราะห์ กล่าวว่า หุ้นที่น่าจับตามากๆในช่วงนี้ ก็คือ หุ้นของ บมจ. ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) เส้นกราฟทางเทคนิคค่อนข้างสวย มีโอกาสปรับพุ่งขึ้นแรงในช่วง 1-2 เดือนนี้ โดยเฉพาะหากราคาหุ้นสามารถยืนเหนือระดับ 10 บาท จากปัจจุบันราคาหุ้นปิดที่ระดับ 9.70 บาท ซึ่งอาจมีลุ้นไต่ขึ้นมาแตะระดับราคา 20 บาทได้ในช่วง 1-2 เดือนนี้
     "ราคาหุ้น TPIPL ตอนนี้ถือว่าไม่อยู่ในช่วงขาลง จะเห็นว่าราคาหุ้นปี 52 วิ่งจากราคา 3 บาท ขึ้นมาแตะที่ระดับ 11 บาทได้ ดังนั้นหากราคาหุ้นยืนเหนือ 10 บาท ก็มีสิทธ์ลุ้นราคาวิ่งไปที่ 20 บาทได้ไม่ยากนัก"แหล่งข่าว กล่าว
    ส่วนทางด้านปัจจัยพื้นฐานของ TPIPL มีข่าวดีหนุนอีกเพียบในช่วงครึ่งปีหลัง ทั้ง ยอดขายปูนเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของอสังหาริมทรัพย์ในไทย ส่งผลให้ผลการดำเนินงานทั้งปีนี้น่าจะออกมาในทิศทางที่ดีขึ้น
     "ราคาหุ้ตัวนี้วิ่งเมื่อไหร่ แสดงว่ามีข่าวดี จากนี้ไปอาจจะเห็นการเปลี่ยนแ
ปลงของบริษัทในทิศทางที่ดีขึ้น"นักวิเคราะห์ กล่าว
**ผลงานเยี่ยมยอด-หนี้ลด
    แหล่งข่าวระดับสูงรายหนึ่ง กล่าวว่า ผลงานของ บมจ. ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) ปีนี้ค่อนข้างดี โดยมียอดขายปูนซิเมนเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของการก่อสร้างภาคอสังหาฯในไทย โดยช่วงไตรมาส 1/2553 บริษัทมีรายได้รวม 6,686.20 ล้านบาท กำไรสุทธิ 676.98 ล้านบาท และคาดว่าน่าจะเติบโตต่อเนื่องในทุกไตรมาส
     นอกจากนี้ จำนวนหนี้สินของบริษัทปรับลดลงต่อเนื่อง ปัจจุบันแม้ว่าจำนวนหนี้สินรวมไตรมาส 1/53 อยู่ที่ 16,391 ล้านบาท แต่ในความเป็นจริงบริษัทเหลือชำระจริงๆเพียง 6-7 พันล้านบาท
เท่านั้น ซึ่งปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาแผนรีไฟแนนซ์หนี้กับทางแบงก์ต่างๆ เชื่อว่าหลายแบงก์จะให้การตอบรับที่ดี เพราะบริษัทดำรงฐานะลูกหนี้ที่ดี มีการชำระเงินต่อเนื่อง
    ก่อนหน้านี้นายประชัยเลี่ยวไพรัตน์ กรรมการ TPIPL กล่าวว่า รายได้และกำไรของบริษัทส่วนใหญ่หรือเกินกว่าครึ่งในปีนี้จะมาจากธุรกิจเม็ด พลาสติกที่แนวโน้มราคาปรับขึ้นส่วนธุรกิจปูนในปีนี้จะไม่ค่อยดีนักเนื่องจาก ความต้องการในประเทศทรงตัวเป็นผลจากปัญหาทางการเมืองและการตัดราคากันมาก อย่างไรก็ตามบริษัทมีรายได้จากการส่งออกโดยมีตลาดที่รองรับได้แก่ ลาว กัมพูชา และพม่าปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตปูนซีเมนต์ 9 ล้านตัน โดยมีการส่งออกประมาณ 1 ล้านตันและกำลังการผลิตเม็ดพลาสติก LDPE จำนวน 1.4 แสนตันต่อปี
**ตลาดไม่พัง ก็ยังน่าเล่น TPIPL
    โดยก่อนหน้านี้ "คอลัมน์บาดตาเซียน" หนังสือพิมพ์ ทันหุ้น ระ
บุว่า โครงสร้าง และวอลุ่ม TPIPL ค่อนข้างเข้าตา ถ้าตลาดหุ้น หรือ SET Index ไม่พลิกลงมาเสียก่อน หุ้นหลายๆ ตัว ก็ไม่น่าจะพลิกเช่นกัน โดยภาพระยะสั้น เป็นขาขึ้นแบบลางๆ เนื่องจากผ่านจุดต่ำสุดของรอบมีการยกสูงขึ้นเรื่อยๆ ส่วนจุดที่สูงที่สุดนั้น อยู่ที่ระดับ 9.25 บาท ซึ่งจากวันวานแม้ว่าจะไม่สามารถปิดเหนือได้ แต่ในระหว่างวันสามารถไปได้ไกลกว่า เรียกว่า ทำ New High อย่างนี้ก็ยังคงน่าจะเป็นขาขึ้นได้ ซึ่งหากดูจากช่วง High ของรอบที่แล้ว กับช่วง High ของรอบนี้ จะเห็นว่าปริมาณของ Volume ก็ยังมีนัยสำคัญ ดังนั้นตามภาพนี้หากไม่เห็นการพลิกลงมาต่ำกว่า 8.75 เสียก่อนโอกาสขึ้นต่อยังมี หรือหากวันนี้ขึ้นมายืนระดับ 9.25 ได้มั่นคง แนวโน้มวันหน้า ก็น่าจะยิ่งสดใส
    ภาพแนวโน้มหลัก ขาลง ได้ถูกทำลายไปแล้ว หรือนานแล้วก็ว่าได้ ซึ่งก็คือจากการผ่านระดับ 5.0 ได้การขึ้นต่อเนื่องหลังจากนั้น จนไปถึงระดับ 11.7 แล้วอ่อนตัวลงมาไม่ต่ำกว่าระดับ 7.50 นั้น ถือว่าเป็นเรื่อง ที่ดีในทางโครงสร้าง รอแต่ว่าหากขึ้นไปยืนระดับ 10 บาท ได้อีกทีเมื่อไรยังก็ก็น่าจะลุ้นระดับ 11.70 ได้อีกครั้งไม่ยาก แล้วถ้าเห็นราคาสูงกว่า 11.70 บาท
     สรุปการให้น้ำหนัก... ให้แนวโน้มระยะสั้นเป็นเชิงบวกและแนวโน้มระยะกลางๆ ขึ้นไป ก็ถือว่าใช้ได้ ซึ่งหากตลาดโดยรวมเอื้อด้วย จะดีมาก
     ฟาก นักวิเคราะห์ บล. กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า อยากให้ดูพื้นฐานของบริษัทเป็นหลักมากกว่าเพราะบริษัทยังมีเรื่องคดีความ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาของศาลอุทธรณ์แต่การบังคับคดีจ่าย เงินค่าปรับ 6,900 ล้านบาทอยู่ในกระบวนการศาลชั้นต้นเกี่ยวกับการไต่สวนเพื่อสืบหาทรัพย์สินการ บังคับคดีนี้ซึ่งจะนัดอีกครั้งในวันที่ 23 สิงหาคม 2553 นี้
     แนวโน้มผลประกอบการปี 53 ประเมินว่าจะดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของ รัฐบาลและฐานะการเงินที่ดีขึ้น ซึ่งกำไรปกติไตรมาสแรกคิดเป็น 26% ของประมาณการทั้งปีคาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 1,900 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น(EPS) จำนวน 0.96 บาท และมีรายได้รวม 24,000 ล้านบาท ซึ่งประมาณการอย่างเป็นกลางแนะนำถือ ราคาเป้าหมาย 9.50 บาท
 ขอบคุณข้อมูลจาก ทันหุ้น

0 ความคิดเห็น