เคาะค่าธรรมเนียมบริการคงสิทธิ์เลขหมายแล้วที่ 100-120 บาท กทช.ย้ำต้องเปิดทันภายใน 31 ส.ค.นี้ แต่หากไม่ทันต้องมีเหตุผลอธิบายสังคมได้ คาดมีลูกค้ามือถือเปลี่ยนตัวผู้ให้บริการ 1,200,000 คน
แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า วันที่ 10 มิ.ย. 2553 ที่ผ่านมา ได้มีการหารือระหว่างสำนักงาน กทช.กับตัวแทนผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเด็นเกี่ยวกับการจัดให้มีบริการคงสิทธิ์เลขหมาย เพื่อผู้ใช้บริการมีสิทธิ์ในการใช้หมายเลขเดิม ไม่ว่าจะย้ายระบบไปใช้บริการของผู้ให้บริการรายใดก็ตาม ซึ่ง กทช.กำหนดเส้นตายในการเปิดใช้บริการในวันที่ 31 ส.ค. 2553 นี้ โดยที่ประชุมได้หารือถึงอัตราค่าธรรมเนียมการโอนย้ายเลขหมาย และมีความเห็นว่าค่าบริการที่เหมาะสมอยู่ที่ 100-120 บาท/ครั้ง และคาดว่าเมื่อมีบริการดังกล่าวเกิดขึ้นแล้วจะมีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือเปลี่ยนโครงข่ายประมาณ 1,200,000 คนขณะเดียวกัน สำนักงาน กทช.ได้เน้นย้ำกับผู้ประกอบการว่าต้องจัดให้มีบริการดังกล่าวในเวลาที่กำหนด หากไม่สามารถดำเนินการได้ทันเวลาก็ต้องมีเหตุผลที่อธิบายแก่สังคมให้ได้ ทั้งนี้ กทช.ได้เริ่มผลักดันนโยบายการคงสิทธิ์เลขหมายและทำการศึกษารวมทั้งจัดรับฟังความคิดเห็น สาธารณะ 4 ภูมิภาคตั้งแต่ปี 2551 โดยในครั้งนั้น กทช.กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการย้ายโครงข่ายอยู่ที่ 300 บาท/ครั้ง และกำหนดให้ผู้ให้บริการต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันนับจากวันที่ลูกค้าแสดงความจำนง
อย่างไรก็ตาม ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าอัตราดังกล่าวเป็นอัตราที่สูงเกินไป และซื้อซิมใหม่คุ้มกว่า จากนั้น กทช. ได้กลับมาทบทวนเรื่องนี้อีกครั้ง และได้ประกาศหลักเกณฑ์การคงสิทธิ์เลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 4 สิงหาคม 2552 โดยตัดประเด็นเรื่องค่าธรรมเนียมออกไปจากประกาศฉบับดังกล่าว โดยให้ กทช. ประกาศในภายหลังเมื่อมีข้อสรุปร่วมกับผู้ประกอบการแล้ว
รวมทั้งมีสาระสำคัญคือให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมที่ได้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีบริการดังกล่าวภายในเวลา 3 เดือนนับจากที่ประกาศมีผลบังคับใช้ ซึ่งตามกำหนดการแล้วบริการคงสิทธิ์เลขหมายจะต้องเกิดขึ้นตั้งแต่เดือน พ.ย. 2552 แต่ผู้ให้บริการขอขยายกำหนดเวลาเป็น 9 เดือนจาก พ.ย. 2552 โดยจะครบกำหนดในเดือน ส.ค. 2553 ต่อมาได้ขอขยายเวลาเปิดบริการออกไปอีกเป็นในเดือน พ.ย. 2553 แต่ กทช.ไม่อนุมัติยังคงยึดกรอบเวลาเดิมคือต้องเปิดบริการคงสิทธิ์เลขหมายภายในเดือน ส.ค.นี้ หากไม่ปฏิบัติตามจะมีมาตรการลงโทษตั้งแต่ปรับไปจนถึงการตัดสิทธิ์การเข้าร่วมประมูลใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G
ขอบคุณข้อมูลจากประชาชาติธุรกิจ ฉบับที่ 4218 ปีที่34  วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2553

0 ความคิดเห็น