EASTW คาดรายได้-กำไร Q2/53 โตก้าวกระโดดจาก Q1/53 หลังรับรู้รายได้จากงานประแสร์ให้กรมชลประทาน เล็งปรับเพิ่มเป้ารายได้ปี 53 เป็นโต 12% จากเดิมคาดโต 8 - 10% หลังประกาศงบการเงิน Q2/53 ระบุปีนี้ปริมาณน้ำเพียงพอใช้จ่าย ส่วนปีหน้าพร้อมเฝ้าระวังภัยแล้ง ลั่นพยายามรักษาปริมาณน้ำไม่ให้ต่ำกว่า 160 ล้านลูกบาศก์เมตร เผยอยู่ระหว่างศึกษาลงทุนโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก กำลังการผลิต 3-5 เมกะวัตต์ คาดปีนี้เห็นการลงทุน (อ่านต่อ....)
นายประพันธ์ อัศวอารี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ EASTW เปิดเผยว่า คาดการณ์ว่ารายได้และกำไรในไตรมาส 2/2553 น่าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2553 เนื่องจากบริษัทฯได้ส่งมอบโครงการประแสร์ให้กับกรมชลประทาน ส่งผลให้บริษัทฯจะมีรายได้พิเศษจากรายการดังกล่าวเข้ามาประมาณ 1,677 ล้านบาท และ กำไรประมาณ 60 ล้านบาท
'เราได้ส่งมอบโครงการประแสร์ให้กับกรมชลประทานเมื่อวันที่ 2 เมษายน ซึ่งก็ได้มีการชำระมูลค่าโครงการดังกล่าวเข้ามา 1,677 ล้านบาท ซึ่งก็จะเข้ามาเป็นรายได้ โดยเม็ดเงินดังกล่าวจะนำไปใช้ชำระค่าก่อสร้างให้กับซัพพลายเออร์ประมาณ 900 ล้านบาท ส่วนที่เหลือประมาณ 500 ล้านบาท จะนำไปใช้ในการลดต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายและลงทุนในโครงการหนองปลาไหลมาบตาพุด เส้นที่ 3' นายประพันธ์ กล่าว
พร้อมกันนี้บริษัทฯเตรียมที่จะปรับประมาณการรายได้ในปี 2553 หลังจบไตรมาส 2/2553 โดยคาดว่ารายได้จะเติบโต 12% จากเดิมที่คาดเติบโต 8-10% เนื่องจากปริมาณ ความต้องการใช้น้ำมีทิศทางที่ดีขึ้น
ทั้งนี้ บริษัทฯคาดการณ์ว่าโครงการวางท่อหนองปลาไหล มาบตาพุด เส้นที่ 3 น่าจะดำเนินการก่อสร้างเสร็จเร็วกว่าแผนการดำเนินงานที่วางไว้ จากเดิมที่คาดแล้วเสร็จในปี 2555 เป็นไตรมาส 4/2554 โดยโครงการดังกล่าววางท่อประมาณ 34 กิโลเมตร ซึ่งปัจจุบันมีการวางท่อไปแล้วประมาณ 23 กิโลเมตร ซึ่งเหลืออีกเพียง 10 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งก็จะทำให้ความสามารถในการจ่ายน้ำดีขึ้น
'การดำเนินงานของโครงการหนองปลาไหล มาบตาพุด ปัจจุบันโครงการดังกล่าวเร็วกว่าแผนงานประมาณ 28% ซึ่งดำเนินการก่อสร้างแล้วประมาณ 70% โดยคาดว่าโครงการดังกล่าวจะแล้วเสร็จก่อนกำหนด 6 เดือน' นายประพันธ์ กล่าว
สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหลวงคงต้องรอความชัดเจนของโครงการก่อน ซึ่งบริษัทฯก็พร้อมจะเข้าลงทุน ทั้งนี้แผนการลงทุนวางท่อคงต้องรอทิศทางในปี 2555 ที่ชัดเจนอีกครั้ง โดยโครงการดังกล่าวมีความจุเก็บน้ำไม่ต่ำกว่า 130 ล้านลูกบาศก์เมตร
สำหรับปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นในส่วนของภาคตะวันออกยังมีปริมาณน้ำที่ดี โดยบริษัทฯมีการเตรียมตัวเพื่อรักษาระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำไม่ให้มีปัญหา โดยยืนยันว่าในปีนี้มีปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับความต้องการ โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมาปริมาณอ่างเก็บน้ำของบริษัทฯ 3 แห่งอยู่ที่ประมาณ 250-260 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งสูงสุดเมื่อเทียบ 3-4 ปีย้อนหลัง ซึ่งทำให้บริษัทฯมั่นใจว่าในปีนี้ปริมาณน้ำไม่ขาดแคลนอย่างแน่นอน
แต่อย่างไรก็ตามยังคงกังวลต่อสถานการณ์ในปีหน้า โดยบริษัทฯก็เตรียมเฝ้าระวังไม่ให้ระดับน้ำต่ำกว่า 160 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งหากระดับน้ำมาอยู่ที่ระดับดังกล่าวก็จะมีการประสานงานและสูบน้ำเข้ามาเพื่อสำรอง ทั้งนี้บริษัทฯก็เร่งการเฝ้าระวังมากขึ้น จากเดิมที่เฝ้าระวังระดับน้ำไม่ให้ต่ำกว่า 100 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นเฝ้าระวังที่ระดับ 160 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อเตรียมการตั้งแต่เริ่ม ซึ่งอาจจะใช้วิธีทยอยสูบส่งน้ำจากโครงการประแสร์ หรือสูบน้ำจากแม่น้ำระยอง
'ปีนี้ปริมาณน้ำเพียงพอ แต่เป็นห่วงปีหน้า ซึ่งเราก็เฝ้าระวังสถานการณ์อยู่ แม้ว่า 3-4 เดือนที่ผ่านมาฝนจะตกชุก แต่ค่าเฉลี่ยต่ำกว่าปกติ ซึ่งก็เป็นตัวเลขที่น่ากังวลที่อาจจะกระทบในปีหน้า แต่เราก็เฝ้าระวังเพิ่มขึ้นในแต่ละเดือน จากเดิมที่เฝ้าระวัง 100 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 160 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อดำเนินการตั้งแต่เนิ่นๆและรักษาระดับน้ำให้เพียงพอในปีหน้าและปีถัดไป' นายประพันธ์ กล่าว
โดยปัจจุบันบริษัทฯ กำลังศึกษาธุรกิจต่อเนื่อง คือ โครงการโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (VHPP) โดยมีกำลังการผลิตราว 3-5 เมกกะวัตต์ ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นการร่วมลงทุนระหว่างบริษัทฯ กับบริษัทลูกของ EPCO ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพในการเติบโตของบริษัทฯ และสร้างผลประกอบการให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยคาดว่าในปีนี้น่าจะได้เห็นการลงทุนดังกล่าว
0 ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น