ดัชนีดาวโจนส์ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (22 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรในช่วงท้ายตลาด เพราะไม่มั่นใจในท่าทีของจีนที่ตัดสินใจจะปรับเงินหยวนให้มีความยืดหยุ่นมาก ขึ้น แม้ข่าวดังกล่าวได้หนุนตลาดหุ้นเอเชียทะยานขึ้นเมื่อวานนี้ก็ตาม นอกจากนี้ การที่ค่าเงินยูโรร่วงลงอย่างหนักอันเนื่องมาจากข่าวการยืดหยุ่นค่าเงินหยวน ของจีน ยิ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลต่อเสถียรภาพทางการเงินของยุโรป

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ลดลง 8.23 จุด หรือ 0.08% ปิดที่ 10,442.41 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลง 4.31 จุด หรือ 0.39% ปิดที่ 1,113.20 จุด และดัชนี Nasdaq ปรับตัวลง 20.71 จุด หรือ 0.90% ปิดที่ 2,289.09 จุด

ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กมีอยู่ราว 7.98 พันล้านหุ้น มีจำนวนหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวกในอัตราส่วน 18 ต่อ 13 ส่วนปริมาณการซื้อขายในตลาด Nasdaq มีอยู่ราว Nasdaq

ในช่วงแรกนั้น นักลงทุนขานรับข่าวธนาคารกลางจีนที่ออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า จะปรับเงินหยวนให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ซึ่งทำให้นักลงทุนมองว่า เงินหยวนที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์จะช่วยให้กลุ่มผู้ผลิตและบริษัท ส่งออกของสหรัฐสามารถแข่งขันกับบริษัทจีนได้มากขึ้นด้วย แต่นักลงทุนเริ่มเทขายทำกำไรในช่วงท้ายและส่งผลให้ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวก เนื่องจากความไม่มั่นใจในท่าทีของจีนในเรื่องนี้

ทั้งนี้ แม้ธนาคารกลางจีนระบุว่าการลอยตัวอัตราแลกเปลี่ยนจะช่วยจีนในเรื่องการปรับ โครงสร้างเศรษฐกิจ ควบมเงินเฟ้อและฟองสบู่ด้านสินทรัพย์ อีกทั้งจะช่วยลดภาวะไร้ดุลยภาพทางการค้า แต่โรเบิร์ต มันเดลล์ นักเศรษฐศาสตร์เจ้าของรางวัลโนเบล ซึ่งปัจจุบันเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย กล่าวแสดงความเห็นว่า การที่จีนให้คำมั่นสัญญาว่าจะปรับนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนให้มีความ ยืดหยุ่นมากขึ้นนั้น อาจจะส่งผลบั่นทอนเสถียรภาพของเศรษฐกิจจีนและเศรษฐกิจทั่วโลก พร้อมกับตั้งข้อสังเกตุว่าการที่จีนออกมาให้คำมั่นสัญญาว่าจะปรับเงินหยวน ให้ยืดหยุ่นมากขึ้นครั้งนี้ อาจเป็นความเคลื่อนไหวทางการเมือง

มันเดลล์กล่าวว่า ที่ผ่านมานั้น การผูกติดค่าเงินหยวนกับดอลลาร์สหรัฐช่วยสร้างเสถียรภาพต่อเศรษฐกิจโลกและ ของจีนเอง และการที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐ ออกมาขานรับความเคลื่อนไหวดังกล่าวก็เพราะโอบามาไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์

หุ้นบริษัทสินค้าโภคภัณฑ์ดีดตัวขึ้นอันเนื่องมาจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าดี มานด์สินค้าโภคภัณฑ์ในจีนจะเพิ่มขึ้น โดยหุ้นอัลโค อิงค์ ปิดบวก 5.5% หุ้นคลิฟฟ์ เนเชอรัล รีซอสเซส อิงค์ ปิดพุ่ง 3% หุ้นอนาดาร์โค ปิโตรเลียม ปิดบวก 2.1% หุ้นฟรีพอร์ท-แมคมอร์แกน คอปเปอร์ แอนด์ โกลด์ อิงค์ ปิดพุ่ง 3.3%

นักลงทุนจับตาดูการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 22 - 23 มิ.ย.นี้ โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าคณะกรรมการกำหนดนโยบายของเฟดจะคงอัตรา ดอกเบี้ยระยะสั้น (fed fund rate) ไว้ที่ 0 - 0.25% และจับตาดูแถลงการณ์การประเมินเศรษฐกิจของเฟด

นอกจากนี้ นักลงทุนยังติดตามข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันอังคาร สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติจะเปิดเผยยอดขายบ้านมือสองเดือนพ.ค. วันพุธ กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือนพ.ค. และสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันราย สัปดาห์

ส่วนวันพฤหัสบดี กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนพ.ค. และกระทรวงแรงงานจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ วันศุกร์ กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขั้นสุดท้ายประจำไตรมาสแรกปีนี้ และรอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกนจะเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นขั้นสุดท้าย เดือนมิ.ย.

0 ความคิดเห็น